ปลาแดดเดียว กับปลาเค็มเป็นชนิดเดียวกันหรือเปล่า

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า ปลาแดดเดียว หากแดดร่มลมตกเมื่อไรเก็บทันที ปลาแดดเดียวไม่เข้าข่ายการทำปลาเค็มเพราะใช้เกลือไม่มาก ใช้หมักเครื่องปรุงรสเป็นหลัก หมักไม่เกินชั่วโมง และตากกันไม่เกินวันเดียว หากทำให้แห้งกว่านี้ก็ต้องเรียกว่า “การทำปลาเค็ม” เช่นการทำปลาอินทรี ปลากุเลา ต้องเอาเกลือยัดใส่ทางปากให้เข้าไปในท้อง หรือต้องหมักกับถังเกลือเป็นเดือนๆ เพราะต้องทำความเค็มแทรกเข้าไปในเนื้อปลา เพื่อที่จะเก็บรักษาได้นานหลายๆ เดือนจนถึงเป็นปี นี่เป็นกรรมวิธีที่คนพื้นบ้านส่วนใหญ่แปรรูปกัน เพราะฉะนั้น ปลาเค็มจึงมีอายุการเก็บได้นานกว่าปลาแดดเดียว ผิดกันราวกับฟ้ากับเหว การทำแบบนี้เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ให้อยู่ได้นานเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น

ไม่ว่าจะทางระยองหรือจังหวัดที่ติดทะเลอื่นๆ ก็ตาม ปลาแดดเดียว หรือปลาเค็มจะทำมาจากปลาทะเล ปลาที่เอามาทำก็มีอยู่หลายชนิด ขึ้นอยู่กับว่าปลาที่จับได้ในช่วงนั้น มีมากมายหลายชนิด แต่บางอย่างที่ขายถูกมาก ก็เป็นปลาที่ทำให้คุณอาจเกิดอาการเข็มขัดสั้น (คาดไม่ถึง) หากคุณเคยมาเที่ยวอาจจะเคยได้ยินชื่อปลาแปลกๆ ว่า ปลาอินทรีน้ำตื้น [ญาติผู้น้องกับอินทรีธรรมดา หลานปลาอินทรีน้ำลึก(วาฮู)], ปลาน้ำดอกไม้ (จริงๆ แล้วเป็นชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของปลาสากเหลือง) หากใครสังเกตที่ครีบหาง และครีบก้นของปลาจะรู้ว่า แท้จริงแล้วปลาแดดเดียวเป็นปลาอะไร แต่หลังจากนี้จะมีชื่อแปลกใหม่ๆ ขึ้นมาแน่ๆ

ความอร่อยของทั้งปลาแดดเดียว กับปลาอินทรี อร่อยด้วยกันทั้งคู่แต่ว่าออกแนวคนละแบบ ส่วนใหญปลาแดดเดียวใหม่ๆ เอาไปทอดกินกับข้าวได้เลย ส่วนปลาเค็มกินกับข้าวต้มอร่อยมาก และหากเอาไปผัดเป็นปลาอินทรีเค็มผัดคะน้า รับรองอร่อยสุดยอด ไม่ต้องใส่น้ำปลารสชาดจะออกมาพอดีเลย หรือจะเอาปลาเค็มแทนเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ดัดแปลงตามสูตรการทำอาหาร ก็จะได้รับรสชาดความอร่อยที่แปลกใหม่อีกด้วย

การเก็บรักษาปลาแดดเดียวนั้นสัมพันธ์กับระยะเวลาการซื้อมา วันดีคืนดีที่คุณไปเที่ยวตามจังหวัดชายทะเล แล้วเจอรถมอเตอร์ไซด์เร่ขาย แบบถูกๆ ด้วยนะ ยิ่งตอนเย็นๆ ยิ่งมีแถมมาก ให้คิดถึงเวลาเดินทางกลับก่อน อย่าเพิ่งเห็นแก่ของถูก หากมาเที่ยวแล้วต้องการนอนพักค้างหนึ่งคืนก่อน ก็อย่าเพิ่งรีบซื้อ ไปซื้อตอนกลับ แล้วกะว่าใช้เวลาเดินทางไม่เกินวันถึงบ้าน เอาใส่ตู้เย็นเลย และต้องรีบกินให้หมดภายในสามวันนะ ส่วนปลาเค็มถ้าจะซื้อก็ซื้อวันกลับเหมือนกัน อ้าว.. ก็จะซื้อก่อนให้เกะกะทำไม ซื้อแล้วให้แม่ค้าหั่นท่อนแล้วห่อให้ดีก่อนขึ้นรถ จะได้ไม่ต้องนั่งดมกลิ่นปลาเค็มตลอดทาง กลับมาถึงบ้านใส่ตู้เย็น หรือลืมเอาออกจากถุงทิ้งไว้อย่างนั้น หนึ่งวันก็ไม่เป็นไร นึกได้ก็เอาไปใส่ซะอย่าลืมเป็นอาทิตย์ก็แล้วกัน สำหรับปลาเค็มทำอย่างนี้เก็บไว้กินได้เป็นปีๆ

ลืมไปสำหรับคนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวมักจะแยกไม่ออก ระหว่างปลาแดดเดียวกับปลาเค็ม วิธีการเลือกซื้อ มีจุดสังเกตง่ายอย่างนี้ ปลาแดดเดียวส่วนใหญ่ตัวจะยาวๆ ร้อยทั้งร้อยจะไม่มีหัว มีแต่ตัว ครีบก้น และหาง มากับรถเร่ขายที่เป็นมอเตอร์ไซด์เป็นส่วนใหญ่ คนขายจะวิ่งมาหาคนซื้อ ขายถูก ต่อรองได้อีก แถมได้อีก ส่วนปลาเค็มส่วนใหญ่จะเป็นเป็นตัวๆ หัวอยู่ให้เห็นเพื่อที่จะได้จำหน้าตากันได้ ว่าฉันปลาอินทรี ฉันปลากุเลา ปากปลามันจะไม่ขยับ.. ก็มันตายแล้วนี่ ห้อยต่องเต่งอยู่ตามร้านที่อยู่กับที่ คุณต้องเดินไปหาซื้อเอง แทบไม่มีใครไปเดินเร่ขายให้ ต่อรองได้บ้าง

เอ้า.. คราวนี้มาเที่ยวทะเล แล้วจะเลือกซื้อขอฝากที่เป็น ปลาแดดเดียว หรือปลาเค็ม ก็สามารถยึดแนวทางแบบนี้เป็นแนวได้ จะได้หายสงสัย ว่าทำไมซื้อปลาแดดเดียวเดินทางกลับมาแค่สองวัน กลิ่นตุๆ แล้ว

กินดีมีสุขภาพครับ หากคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์ก็ช่วยออกความเห็นด้วยนะครับ หรืออย่าลืมแชร์ออกไปนะครับ

Copyright © 2017. All rights reserved.